ปิด
 

ไม่พบผลการค้นหาคำว่า "" กรุณาลองใหม่อีกครั้ง

 

จะเป็นฟรีแลนซ์หรือทำธุรกิจส่วนตัว ก็กู้บ้านได้ด้วย 5 ขั้นตอน

09 April 2019

จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ เมื่อปี 2017 สำรวจว่า ผู้ประกอบการอาชีพอิสระ หรือฟรีแลนซ์ (Freelance)   เป็นส่วนหนึ่งของแรงงานนอกระบบจำนวนกว่า 21 ล้านคน ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่ค่อนข้างมากทีเดียว และด้วยความเป็นอาชีพอิสระ ทำให้บางคนก็มีบ้างที่ชักหน้าไม่ถึงหลัง มีรายได้แต่ละเดือนที่ไม่แน่นอน ครั้นจะกู้ซื้อบ้าน ซื้อที่ดิน ก็เป็นกังวลว่าจะกู้ธนาคารผ่านไหม เพราะไม่มีหลักฐานเป็นสลิปเงินเดือนให้ธนาคารได้อุ่นใจ

ฉะนั้นรู้แบบนี้แล้ว ชาวฟรีแลนซ์ยิ่งต้องเตรียมตัวให้พร้อม แล้วหากกำลังสงสัยว่าจะมีวิธีไหนบ้าง คำตอบอยู่ที่บทความนี้ 

 

1. สำรวจเงื่อนไขสินเชื่อของธนาคารที่เหมาะกับคุณ
พอคุณคิดว่าคุณจะซื้อบ้านราคาประมาณไหนแล้ว คุณต้องรู้เงื่อนไขของแต่ละธนาคารก่อน เพราะทุกธนาคารมีเงื่อนไขบางอย่างที่ไม่เหมือนกัน ทั้งวงเงิน การผ่อนชำระ และดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย หรือเงื่อนไขว่าคุณต้องประกอบอาชีพไม่ต่ำกว่า 2 ปี ขึ้นไป  ไปจนถึงระยะเวลากู้ และอายุผู้กู้ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่คุณต้องให้ความสำคัญ เพื่อให้คุณวางแผนทางการเงินได้

 

2. เตรียมเอกสารให้รู้ว่าคุณทำงานอะไร 
ไม่ว่าคุณจะทำงานประจำหรือทำงานอิสระ สิ่งที่ต้องแจ้งให้ธนาคารรู้คือ คุณทำอาชีพอะไรอยู่   เช่น หากคุณเป็นประกอบอาชีพอิสระ ไม่ได้เป็นพนักงานประจำ คุณต้องยื่นใบประกอบวิชาชีพ   เช่น เภสัชกร นักบิน หรือใบอนุญาตขายประกัน เป็นต้น แต่ถ้าไม่มีใบเหล่านี้ แนะนำให้เตรียมหลักฐานสำเนาทะเบียนการค้า ทะเบียนพาณิชย์ เอกสารการเสียภาษี หรือสัญญาว่าจ้างยืนยันรายได้และที่มาของเงินแต่ละเดือนให้ชัดเจน ว่ามาจากไหน 

 

3. เดินบัญชีให้สวยเป็นระบบ
การเดินบัญชีเป็นเรื่องสำคัญมาก ที่จะให้ธนาคารปล่อยกู้ เพราะเป็นเหมือนหลักฐานการบันทึกการเดินทางของกระแสเงินสดของเจ้าของบัญชีธนาคาร ซึ่งธนาคารต้องรู้สิ่งเหล่านี้ เพื่อพิจารณาความเสี่ยงหลังจากอนุมัติสินเชื่อ โดยธนาคารมักขอย้อนหลัง 6-12 เดือน ดังนั้นถ้าคิดว่าจะกู้บ้านแน่ๆ ควรมีการวางแผนการใช้จ่ายที่ดี ด้วยการเริ่มฝากเงินอย่างเป็นระบบ รวมถึงลดการถอนเงินเล็กๆ น้อยๆ   เพื่อให้ยอดเงินคงเหลือมีอัตราสะสมเพิ่มขึ้นมากกว่าลดลง (เพราะธนาคารจะดูค่อนข้างละเอียด) 

 

4. คำนวณเงินกู้บ้านให้ดี
ปกติรายการผ่อนต่างๆ ต่อเดือนไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ ส่วนจำนวนเงินติดบัญชีจะมีเท่าไหร่ดีนั้น ให้ตรวจสอบว่าเราเก็บเงินเพื่อเป็นเงินดาวน์ได้เท่าไหร่ ซึ่งส่วนมากควรมีขั้นต่ำ 10% ของราคาบ้าน เช่น เราต้องการซื้อบ้านราคา 5 ล้านบาท เงินดาวน์หรือวงเงินติดบัญชีต้องมีขั้นต่ำที่ 500,000 บาท เท่ากับต้องขอกู้จากธนาคารที่วงเงิน 4,500,000 บาท และหากธนาคารคิดดอกเบี้ยเงินกู้ที่ 5% ต่อปี พร้อมระบุระยะเวลาผ่อน 30 ปี อัตราการผ่อนก็ต้องอยู่ที่ 24,200 บาท ต่อเดือน เท่ากับเราควรมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 60,500 บาท ต่อเดือน เนื่องจากยอดเงินผ่อนทั้งหมดไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน แต่จะให้หลวมๆสบายตัว ก็ควรมีเงินดาวน์ประมาณ 20% ของราคาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ 

 

5. กู้ร่วมทำให้การกู้เงินเพื่อซื้อบ้านง่ายขึ้น
การกู้ร่วม ผู้กู้ร่วมต้องมีสายโลหิตเดียวกัน หรือ มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติ ซึ่งหากเป็นพี่น้องท้องเดียวกันแต่คนละนามสกุล ต้องแสดงทะเบียนบ้านหรือสูติบัตรระบุว่ามีพ่อแม่คนเดียวกัน ส่วนคู่รักที่ไม่ได้จดทะเบียนกัน จำต้องแสดงหลักฐานการเป็นสามี-ภรรยา เช่น หนังสือรับรองบุตร แต่แม้ว่าการกู้ร่วมจะทำให้กู้ง่ายกว่าและได้วงเงินมากขึ้น ธนาคารผู้ให้สินเชื่อ ก็ยังมองถึงประเด็นสำคัญว่าผู้กู้ร่วมมีกำลังผ่อนชำระเพียงพอตามที่ธนาคารกำหนดไหม เพราะทางกฎหมายถือว่าเป็นหนี้ร่วมกัน ดังนั้นความรับผิดชอบของผู้กู้ต่อธนาคาร คือการชำระหนี้ให้ตรงและต้องยอมรับภาระหนี้ในกรณีที่ผู้กู้อีกคนไม่สามารถชำระหนี้ได้ 

Copyright © 2016, Golden Land Property Development PLC. All Rights Reserved.